ถวายรางวัลโพธิคยานาคาธิบดี สาขาส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนา

เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2569 สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี หรือ สมเด็จธงชัย เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เมตตาให้คณะของสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 เข้าพบเพื่อขอถวายรางวัลโพธิคยานาคาธิบดี สาขาส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนา โดยสมเด็จธงชัย เมตตาตอบรับรางวัลพร้อมชี้แนะแนวทางการทำงานศาสนาแก่สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980
สมเด็จธงชัย ให้แนวทางว่า การทำงานก้าวเดินไปข้างหน้าต้องเหลียวมองข้างหลังด้วย เพื่อให้ ฐานราก มีความเข้มแข็งเพื่อที่จะต่อยอดต่อไปได้ เราต้องรวบรวมอุบาสก อุบาสิกา รวมถึง พระสงฆ์  คือ พุทธบริษัท4 มาเป็นเสาหลักในการหมุนกงล้อแห่งธรรมโดยท่านยกตัวอย่าง โครงการธรรมนาวาวัง
สมเด็จธงชัย ชี้นำทางต่อไปว่า การใช้ ปัญญา หรือ ความฉลาด ต้องเป็น โลกุตระสมบัติ ไม่ใช่ โลกียะสมบัติ พร้อมกับย้ำหลักเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ว่า สิ่งที่ทำได้ยากที่สุดคือ อุเบกขา หรือ การปล่อยวาง บางครั้ง การไม่พูดอาจเป็นผลดีกว่า โดยยกตัวอย่างเตมีย์ใบ้
หลักการสำคัญอีกหลักที่สมเด็จธงชัย ย้ำกับคณะของสถาบันโพธิคยาฯ คือ ต้องเป็นมนุษย์ทันกาลเวลา ให้เวลาเป็นคำตอบ เพราะสถานการณ์ขณะนี้ อย่างเช่น สงคราม เปลี่ยนแปลงทุกวัน ผู้นำ, กลยุทธ์ เปลี่ยนแปลงตลอด ดังนั้น มนุษย์จะอยู่กับกาลเวลาเดิมๆไม่ได้เพราะจะถูกกาลเวลากลืนกิน
คำว่า มนุษย์ทันกาลเวลา หรือ Human Innovation ยังปรากฎอยู่บน ยันต์ ของ สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี ด้วยเป็นกุศโลบายหนึ่งที่จะชี้ให้เห็นถึง โลกุตระธรรม คือภาวะที่หลุดพ้นแล้วจากโลกียะ
ดร.สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันฯกล่าวขอบคุณแนวทางการชี้แนะ และจะใช้ความเพียรทบทวนแนวทางการทำงานต่อไปโดยเฉพาะการสร้างฐานรากให้เข้มแข็ง เพราะแนวทางหลักหนึ่งของสถาบันโพธิคยาฯ คือ ไม่ใช้เวลามากำกับเป้าหมาย” เลขาธิการสถาบันโพธิคยาฯยังได้ถวายรายงานถึงการทำ โครงการวิจัยธรรมะของจักรวาล Universal of Dhamma โดยสถาบันโพธิคยาวิชขาลัย 980 ร่วมกับ Dhamma Alliance และ University of Peace Geneva  ระดม นักวิชาการ นักปราชญ์จากทุกสาขาวิชาชีพทั่วทุกทวีปทั่วโลก เพื่อทำงานวิจัยร่วมกัน ในหัวข้อ ความเชื่อโบราณในอดีตเมื่อ 2000 ปีก่อน
คุณมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รองเลขาธิการสถาบันโพธิคยาฯ ตอบข้อธรรม เรื่อง การทวนกระแส หรือ ตามกระแส ว่า ขึ้นอยูกับสถานการณ์ โดยยกตัวอย่างช่วงที่เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ มีโอกาสพูดที่อินเดีย ว่า ประเทศไทยต้องลอยตามกระแส แต่ต้องมีทิศทางกำกับ ดังนี้
1).Dignity คือ การมีเกียรติ
2).Discipline คือ การไม่ทำให้ใครเดือดร้อน
3).Purpose. คือ ต้องมีเป้าหมาย
4).Principle คือ การมีวินัยที่จะรักษา “หลักการ” ทั้ง 4
คณะกรรมการบริหารสถาบันโพธิคยาฯที่เข้ากราบนิมนต์สมเด็จธงชัย ประกอบด้วย ดร.สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันฯ , คุณมาริษ เสงี่ยมพงษ์ ,คุณเกษม มูลจันทร์ รองเลขาธิการสถาบันฯ , อ.ชัยรัตน์ ด่านวิวัฒนานนท์ ที่ปรึกษาสถาบันฯ คุณวีณา อุปัทยา ผู้ช่วยเลขาธิการฯฝ่ายต่างประเทศ และคุณตวงพร อัศววิไล ผู้ช่วยเลขาธิการฯฝ่ายประชาสัมพันธ์
สำหรับรางวัลโพธิคยานาคาธิบดีในปี 2569 จัดขึ้นเป็นปีที่ 4 โดยมี ดร.อภัย จันทนจุลกะ เป็นประธานกรรมการพิจารณารางวัลโพธิคยานาคาธิบดี โดยจะมีพิธีมอบรางวัลในวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่
รางวัลโพธิคยานาคาธิบดี เป็นรางวัลเกียรติยศ มอบให้แก่บุคคลคณะบุคคล และองค์กร ที่สร้างคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ทั้งด้านสนับสนุนส่งเสริม การเผยแผ่ และการปกป้องพระพุทธศาสนาใน 3 สาขา ได้แก่
1. สาขาส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนา
2. สาขาพุทธศิลป์
3. สาขาสื่อมวลชนเพื่อพระพุทธศาสนา