วิถีพุทธกับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งไทย–กัมพูชา

นักวิชาการ นักการทูต สื่อมวลชน เสนอ “วิถีพุทธ” เป็นพลังทางปัญญา คลี่คลายความขัดแย้งไทย–กัมพูชา สู่สันติภาพยั่งยืน

สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 จัดเวทีเสวนาทางวิชาการหัวข้อ “วิถีพุทธกับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งไทย–กัมพูชา” ในรูปแบบสัมวาทะ เปิดพื้นที่การรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ ระหว่างนักวิชาการ นักการทูต ผู้นำทางศาสนา และสื่อมวลชน โดยมีเป้าหมายเพื่อบูรณาการหลักพระพุทธศาสนาและมนุษยธรรมเป็นกรอบแนวคิดในการสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืน
การเสวนาครั้งนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 และ สมาคมมิตรภาพไทย–กัมพูชา เพื่อเปิดมุมมองเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม การทูต และจริยธรรมสาธารณะ อันนำไปสู่การสังเคราะห์แนวทางเชิงนโยบายและเชิงสังคมที่ใช้ “ธรรม” เป็นเครื่องมือสำคัญในการคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ
มิติพุทธศาสนาและความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชา
คุณเชิดเกียรติ อัตถากร นายกสมาคมมิตรภาพไทย–กัมพูชา อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ ได้ฉายภาพความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชาในมิติพุทธศาสนา โดยชี้ให้เห็นว่า ทั้งสองประเทศมีรากเหง้าทางวัฒนธรรมร่วมกันในดินแดนสุวรรณภูมิ และมีพระพุทธศาสนาเป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณมายาวนานเกือบพันปี ก่อนการกำหนดเส้นเขตแดนรัฐชาติ
หลักฐานเชิงประจักษ์ปรากฏผ่านเครือข่ายวัดและการแลกเปลี่ยนพระภิกษุสงฆ์ระหว่างสองประเทศ อาทิ วัดนวลมณีราม และวัดพระพุทธโฆษาจารย์ ณ กรุงพนมเปญ รวมถึงวัดสังเวชวิศยารามในประเทศไทย ซึ่งล้วนเป็นสัญลักษณ์ของความผูกพันทางศาสนาและวัฒนธรรม
คุณเชิดเกียรติยังสะท้อนว่า แม้จะเกิดความขัดแย้งทางการเมืองและการทูตเป็นระยะ แต่ความสัมพันธ์ระดับประชาชนยังคงแน่นแฟ้น ผ่านการศึกษา การปฏิบัติศาสนกิจ และภาษาในพระไตรปิฎกที่ใช้ร่วมกัน ทำให้สามารถใช้ “วิถีพุทธ” เป็นฐานในการฟื้นฟูความเข้าใจร่วมกันในระยะยาว
วิถีพุทธในฐานะ Soft Power และการทูตเชิงจริยธรรม
ดร.สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ได้นำเสนอประสบการณ์การดำเนินงานด้านพุทธศาสนาในระดับภูมิภาคและนานาชาติ ตั้งแต่การจัด ธรรมยาตรา 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขง ซึ่งเชื่อมโยงประเทศไทย กัมพูชา เมียนมา ลาว และเวียดนาม ผ่านกิจกรรมทางจิตวิญญาณและสันติวัฒนธรรม จนถึงการได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลอินเดียในการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ และการประกาศ “ศตวรรษแห่งธรรม” ณ พุทธคยา
กิจกรรมเหล่านี้สะท้อนบทบาทของ “ธรรมะ” ในฐานะพลังอ่อน (Soft Power) ที่สามารถเชื่อมโยงรัฐ ประชาชน และวัฒนธรรม เข้าด้วยกันบนฐานคุณค่าแห่งเมตตา กรุณา และสันติภาพ
ดร.สุภชัยชี้ว่า การนำหลักพุทธศาสนาเข้าสู่เวทีโลกมิได้เป็นเพียงกิจกรรมเชิงศาสนา หากแต่เป็นการพัฒนากรอบคิดเชิงจริยธรรมใหม่ของโลก (New World Order) ซึ่งมุ่งสร้างสมดุลระหว่างอำนาจทางการเมือง เศรษฐกิจ และคุณค่าทางจิตวิญญาณ
บทบาทพุทธศาสนาในการสร้างสังคมสันติ
พระเมธีวรญาณ คณะบดีคณะพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และประธานบริหารสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ได้เสนอว่า ดินแดนสุวรรณภูมิสามารถดำรงความสงบสุขมาได้ยาวนานเนื่องจากพุทธศาสนาเป็นรากฐานของวัฒนธรรมและวิถีชีวิต
การใช้สัมมาวาจา สัมมาทิฏฐิ และสัมมาปฏิบัติ จึงเป็นหัวใจสำคัญของการจัดการความขัดแย้ง โดยต้องเริ่มจากการพัฒนา “จิตสำนึกสาธารณะ” ลดอคติ อัตตา และความเกลียดชัง พร้อมสร้างความเข้าใจร่วมผ่านการศึกษาและการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์
มุมมองสื่อมวลชนต่อรากเหง้าความขัดแย้ง
คุณสนิทสุดา เอกชัย นักสื่อสารมวลชนอาวุโส ได้นำเสนอการตั้งคำถามเชิงวิพากษ์ต่อโครงสร้างความคิดแบบชาตินิยมและการปลูกฝังประวัติศาสตร์เชิงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของความรุนแรง โดยเสนอว่าการแก้ปัญหาเชิงพุทธต้องย้อนกลับไปทบทวนกรอบคิดทางประวัติศาสตร์และสร้างการเรียนรู้ใหม่ที่เน้นความเชื่อมโยงของผู้คนมากกว่าการแบ่งแยก
วิถีพุทธ: จากกรอบศีลธรรมสู่กลไกสันติภาพ
บทสรุปของเวทีเสวนาชี้ชัดว่า “วิถีพุทธ” มิได้เป็นเพียงหลักศาสนา หากแต่เป็นกรอบเชิงจริยธรรมสากลที่สามารถประยุกต์ใช้ในมิติการทูต ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และการอยู่ร่วมกันของมนุษยชาติ
การใช้ธรรมะเป็นพลังทางปัญญา จะช่วยเปลี่ยนสนามความขัดแย้งให้เป็นพื้นที่การเรียนรู้ ลดเงื่อนไขความรุนแรง และนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน ทั้งในระดับชาติ ภูมิภาค และเวทีโลก
_NUT1083 _NUT1658 _NUT1379 _NUT1481 _NUT1601 _NUT1634 _NUT1620 _NUT1651 _NUT1677