คณะกรรมการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980

ประชุมสามัญประจำปี พ.ศ. 2566 ครั้งที่ 1

ระหว่างวันที่ 13 – 14 กรกฎาคม พ.ศ.2566

โรงแรมโซฟิเทล อังกอร์  โภคีธรา กอล์ฟ & สปา รีสอร์ท เมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา

คณะกรรมการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 เยือนเมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา ประชุมสามัญประจำปี ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2566 รายงานผลการดำเนินงานตลอด 16 ปีที่ก่อตั้ง และนำเสนอพุทธวิธีในการขับเคลื่อนสถาบันโพธิคยาฯ โดยวางนโยบาย “สันติสุขต้องใช้ “ธรรม” เป็น “อำนาจ” พร้อมเตรียมจัดงานมหามงคลครั้งประวัติศาสตร์ ธรรมยาตราครั้งที่ 3 มหานทีคงคา-ลุ่มน้ำโขง: สักการะพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมพระอรหันตธาตุ พระสารีบุตร และพระมหาโมคคัลลานะจากชมพูทวีป รวมทั้งเตรียมเปิดหลักสูตรภาวะผู้นำที่มั่นคงในวิถีพุทธ (พุทโธปนายิกศาสตร์)

ในการนี้ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สถาบันโพธิคยาฯ เมตตามอบ พระพรหมเสนาบดี กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคาราชวรวิหาร และเจ้าคณะภาค 7 ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สถาบันโพธิคยาฯ เป็นประธานในการประชุมฯ โดยมีคณะที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ และคณะกรรมการบริหารฯ เข้าร่วมประชุมด้วย อาทิ พระพรหมวชิรานายก เจ้าอาวาสวัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 11 ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สถาบันโพธิคยาฯ พระธรรมโพธิวงศ์ เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล ประธานกรรมการฯ สถาบันโพธิคยาฯ พระเมธีวรญาณ คณบดีคณะพุทธศาสตร์ มจร รองประธานกรรมการฯ และประธานกรรมการบริหารฯ สถาบันโพธิคยาฯ ดร.อภัย จันทนจุลกะ รองประธานกรรมการฯ ดร.สุภชัย วีระภุชงค์ รองประธานกรรมการฯ และเลขาธิการ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ ผู้อำนวยการหลักสูตรพุทโธปนายิกศาสตร์ รองประธานกรรมการบริหารฯ และรองเลขาธิการฯ นายเกษม มูลจันทร์ กรรมการบริหารฯ และรองเลขาธิการ นายสุรพล มณีพงษ์ รองประธานกรรมการบริหารฯ และรองเลขาธิการ นายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล กรรมการฯ นายพรเทพ อัมพรกลิ่นแก้ว กรรมการฯ และนายอภิศักดิ์ ธนเศรษฐกร กรรมการบริหารฯ

ดูอัลบั้มเต็ม

ประเด็นการประชุมเริ่มต้นกล่าวถึง ที่มาการก่อตั้งสถาบันและบทบาทการทำงานสถาบันโพธิคยาฯ ดำเนินงานกิจกรรมโครงการต่าง ๆ ตามพันธกิจขับเคลื่อนการเผยแผ่พระพุทธศาสนาทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ เพื่อสร้างความร่วมมือและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างความเข้าใจที่ดีต่อกันในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข โดยอาศัยหลักพระพุทธศาสนาพัฒนาให้เกิดความเจริญอย่างยั่งยืนและมั่นคงบนเส้นทางอริยมรรค

ตลอดเวลาการดำเนินงาน 16 ปี มีผลงานโดดเด่นเป็นที่รู้จัก คือ งานธรรมยาตรา 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขง (กัมพูชา-ไทย-สปป.ลาว-เมียนมา-เวียดนาม) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเดินตามรอยบาทองค์พระศาสดาในการปฏิบัติธรรม เพื่อรวมพลังศรัทธาของพุทธบริษัทลุ่มแม่น้ำโขงให้มีความสามัคคี ในฐานะที่มีสมเด็จพ่อองค์เดียวกัน คือ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพระพุทธเจ้า มีแม่น้ำโขงเป็นดุจแม่ที่คอยหล่อเลี้ยงคนในภูมิภาคนี้ ให้ดำรงวิถีชีวิตอยู่ได้อย่างมั่นคง และเพื่อประกาศ พระพุทธศาสนา สืบสานพุทธปณิธานของพระพุทธองค์ให้ดำรงคงอยู่ เก็บรักษาไว้ให้เป็นมรดกธรรมแก่อนุชนคนรุ่นต่อไป ทั้งนี้ งานธรรมยาตรา 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขง ได้จัดขึ้นผ่านไปแล้ว 2 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 ธรรมยาตรา 5 แผ่นดิน: ตามรอยพระอริยสงฆ์ลุ่มน้ำโขง จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 พฤษภาคม – 4 มิถุนายน พ.ศ. 2560 และ ครั้งที่ 2 ธรรมยาตรา 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขง: พุทธศาสตร์การทูตสู่สันติภาพโลก จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 – 31 ตุลาคม พ.ศ. 2562

ธรรมยาตรา (ครั้งที่ 3) มหานทีคงคา-ลุ่มน้ำโขง: สักการะพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมพระอรหันตธาตุพระสารีบุตร และพระมหาโมคคัลลานะจากชมพูทวีป

ผลความสำเร็จในการจัดงานธรรมยาตรา 5 แผ่นดินฯ ทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมานำมาสู่งานสำคัญที่จะเกิดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในปลายปีนี้ กล่าวคือ สถาบันโพธิคยาฯ ได้พิจารณาเตรียมจัดงานธรรมยาตรา (ครั้งที่ 3) มหานทีคงคา-ลุ่มน้ำโขง: สักการะพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมพระอรหันตธาตุพระสารีบุตร และพระมหาโมคคัลลานะจากชมพูทวีป โดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากรัฐบาลสาธารณรัฐอินเดีย ด้วยการอนุมัติจากรัฐสภาฯ อนุญาตให้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมพระอรหันตธาตุพระสารีบุตร และพระมหาโมคคัลลานะมายัง ๒ ประเทศในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ประกอบด้วยประเทศไทย และกัมพูชา ตามคำอาราธนาจากรัฐบาลไทย เพื่อให้ประชาชนของทั้ง 2 ประเทศได้กราบสักการะ และเป็นสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญในการเสด็จฯขององค์พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อประทานพรโปรดพุทธศาสนิกชนใน 2 ประเทศ หลังจากว่างเว้นไปเกือบ 1 ศตวรรษ ที่ไม่เคยเสด็จมายังประเทศไทย

การเสด็จฯ ของพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมพระอรหันตธาตุพระสารีบุตร และพระมหาโมคคัลลานะ ในครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้พุทธบริษัททั้ง 2 ประเทศดำเนินกิจกรรมทางศาสนาร่วมกัน สร้างเครือข่ายเชื่อมโยงธรรมะให้เกิดขึ้น เพื่อสืบทอดความรัก ความสามัคคี และสร้างสันติสุขในดินแดนลุ่มน้ำโขงอย่างมั่นคงสืบไป

สำหรับกำหนดการโดยสังเขป ได้กำหนดไว้ดังนี้ ราวปลายเดือนพฤศจิกายน หรือต้นเดือนธันวาคม ปีนี้ ผู้แทนรัฐบาลอินเดียจะเป็นผู้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมพระอรหันตธาตุพระสารีบุตร และพระมหาโมคคัลลานะ จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินเดีย ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดียมาประดิษฐานให้ประชาชนได้ถวายสักการะที่ประเทศไทยเป็นเวลา 1 เดือน เป็นลำดับแรก จากนั้นจะอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมพระอรหันตธาตุพระสารีบุตร และพระมหาโมคคัลลานะ ไปยังราชอาณาจักรกัมพูชาเป็นเวลา 10 วัน โดยกำหนดการและรายละเอียดอยู่ระหว่างการหารือเพื่อนำไปสู่แนวทางปฏิบัติการรับเสด็จอย่างสมพระบารมี

สถาบันโพธิคยาฯ ประสบความสำเร็จ เปิดตัวสู่สากล ระหว่างวันที่ 3 – 5 มีนาคม พ.ศ.2566 ดร.สุภชัยฯ พร้อมด้วย นายมาริษฯ เข้าร่วมการประชุมทางวิชาการระหว่างประเทศครั้งที่ 7 ว่าด้วยเรื่อง ธรรมะของพระพุทธศาสนา เมตตาธรรมของโลกตะวันออก สำหรับโลกยุคใหม่ (the 7th International Dharma Dhamma Conference: Eastern Humanity for the New Era) ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์ประชุม Kushabhau Thakre International Convention Centre เมืองโบภาล (Bhopal) เมืองหลวงรัฐมัธยประเทศ (Madhya Pradesh) ประเทศอินเดีย โดยมี Honorable Smt. Droupadi Murmu ประธานาธิบดีอินเดีย เป็นผู้เปิดการประชุมฯ และมี Honorable Shri Mangubhai Patel ผู้ว่าการรัฐมัธยประเทศ และ Honorable Shri Shivraj Sing Chouhan มุขมนตรีรัฐมัธยประเทศ เข้าร่วมในพิธีเปิดดังกล่าว

การประชุมทางวิชาการในครั้งนี้ เป็นการจัดขึ้นร่วมกันระหว่างมูลนิธิอินเดีย ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญที่ให้คำปรึกษาแก่นายกรัฐมนตรีอินเดีย และมหาวิทยาลัยสาญจี ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่มีองค์ความรู้พุทธศาสนาใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศอินเดีย โดยสถาบันโพธิคยาฯ ได้เสนอแนวคิดเรื่อง ความจำเป็นที่พุทธบริษัทต้องเร่งติดอาวุธธรรม เข้าต่อสู้กับความเสื่อมถอยทางสภาวะจิตใจของมวลมนุษยชาติที่เต็มไปด้วยความลุ่มหลงในโลภะ โทสะ โมหะ ทำให้สังคมเสื่อมถอย และควรช่วยกันเร่งฟื้นฟูขัดเกลาจิตใจ และสร้างธรรมให้เกิดขึ้นในจิตใจมวลมนุษย์
สถาบันโพธิคยาฯ พร้อมทำงานร่วมกับองค์กรพุทธศาสนาระหว่างประเทศ เช่น มหาวิทยาลัยสาญจี จากมัธยประเทศ มหาวิทยาลัยนาลันทา แห่งรัฐพิหาร และมูลนิธิอินเดีย เพื่อนำองค์ความรู้และหลักธรรมองค์พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าไปสู่ภาคการปฏิบัติอย่างแท้จริง สร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในโลก และช่วยขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ของนายกรัฐมนตรี Narendra Modi ที่กล่าวไว้ว่า “ศตวรรษที่ 21 คือ ศตวรรษของเอเชีย แต่ศตวรรษของเอเชียจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หากเอเชียปราศจากพระพุทธศาสนา”

เตรียมเข้าร่วมเสนอแนวคิด ในงานเวทีประชุมวิชาการ The International Buddhist Forum “Traditional Buddhism and the Challenges of Modernity “ จัดขึ้นที่เมื่อง Ulan-Ude โดยได้รับเชิญจาก the Government of the Republic of Buryatia, the Buddhist Traditional Sangha of Russia, the Foundation for the Promotion of Buddhist Education and Research

สถาบันโพธิยาฯ มีแผนงานลงนามความตกลง (MOU) ร่วมกับ 4 องค์กรที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาระดับนานาชาติ คือ มหาวิทยาลัยนาลันทา, มูลนิธิอินเดีย, International Buddhist Confederation (IBC) และ China Association For International Friendly Contact (CAIFC)

เยือนจีน-ศึกษาเส้นทางประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา (วันที่ 28 พฤษภาคม – วันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๖) ตามคำเชิญตามคำเชิญของสมาคมมิตรภาพระหว่างประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (China Association for International Friendly Contact) สาขามณฑลยูนนาน ได้พบปะหารือกับผู้นำทางพุทธศาสนา อาทิ นายหลี่เจิ้น รองเลขาธิการสมาคมมิตรภาพระหว่างประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน สาขามณฑลยูนนาน, เลขาธิการสมาคมมิตรภาพระหว่างประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน สาขามณฑลยูนนานและกวางโจว, ท่านคังหนานซัง เลขาธิการสมาพันธ์พุทธศาสนาแห่งมณฑลยูนนาน

เยือนลาว-เพื่อหารือแนวทางการทำงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาร่วมกัน พบหารือผู้นำสงฆ์ และผู้นำประเทศ สปป.ลาว ดังนี้ ประธานศูนย์กลางองค์การพระพุทธศาสนาสัมพันธ์แห่งสปป.ลาว, รองประธานศูนย์กลางองค์การพระพุทธศาสนาสัมพันธ์แห่งสปป.ลาว,ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์องค์ตื้อ,รองประธานศูนย์กลางแนวลาวสร้างชาติ ประธานสภาประชาชนนครหลวงเวียงจันทร์, ท่านประธานสภาแห่งชาติ แห่งสปป.ลาว และภริยา,พบยาแม่นารี สีสุลิด ภริยาประธานประเทศ สปป.ลาว, หัวหน้าห้องการ องค์การพุทธศาสนาสัมพันธ์แห่งสปป.ลาว ,ท่าน สมสะหวาด เล่งสะหวัด อดีตรองนายกรัฐมนตรี สปป.ลาว

นายมาริษฯ เสนอแนวคิดและพุทธวิธีกำหนดยุทธศาสตร์ DHAMMA CENTURY: โลกสันติสุขโดยธรรม
พ.ศ.2566 นับเป็นก้าวสำคัญที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปแบบยิ่งกว่าก้าวกระโดด จึงมีการวางแผนกลยุทธ์โดยใช้หลักห่วงโซมูลค่า (Value Chain strategy) มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง (People Concentric) และเข้ากลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน (Focus Groups) โดยใช้หลัก 3 ประการ เป็นแกนกลางในการรณรงค์ทางพระพุทธศาสนา (Buddhist campaign) กล่าวหลักการโดยสรุป ดังนี้

ต้นน้ำ (ปริยัติ) เจริญสติในธรรม และองค์ความรู้ทางพระพุทธศาสนา โดยใช้หลักธรรม อนุปุพพิกถา อริยสัจสี่ และกฎไตรลักษณ์

กลางน้ำ (ปฏิบัติ) ใช้สติ และปัญญาในการไตร่ตรองเพื่อนำองค์ความรู้ทางพระพุทธศาสนาไปสู่ประชาชนให้เข้าใจ จนสามารถปฏิบัติและบูรณาการได้จริง โดยจัดทำรูปแบบโครงการต่างๆสอดคล้องตามกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะการปฏิบัติสมาธิ (สติปัฏฐาน 4) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา

ปลายน้ำ (ปฏิเวธ) เน้นการเจริญจิตภาวนา ฝึกฝนหลักการของการวิปัสสนา กรรมฐาน เพื่อสร้างความสำเร็จให้เกิดขึ้น คือ ประชาชนรู้และเข้าใจ ใช้ได้จริง บรรลุสันติสุข หรือรู้ทางบรรลุสันติสุข สามารถเข้าถึงญาณทัศนะได้ บรรลุธรรม ซึ่งจะนำไปสู่นิพพานในท้ายที่สุด

สำหรับปี พ.ศ.2566 กำลังอยู่ระหว่างดำเนินโครงการหลักสูตรภาวะผู้นำที่มั่นคงในวิถีพุทธ (พุทธโธปนายิกศาสตร์) มุ่งเน้นผู้เข้าอบรมเป็นกลุ่มผู้นำที่สามารถชี้นำสังคมได้ เพื่อสร้างความเป็นผู้นำที่ดีมีคุณธรรมจริยธรรม จะเป็นกำลังสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ โดยใช้ “ธรรมเป็นอำนาจ” เป็นพุทธวิธีกระบวนการบริหารงาน